logo Seven Seas
 
Home History Products Contact Us Media  
 
ประวัติความเป็นมาของเซเว่นซีส์
*เอกสารอ้างอิง : แปลจากประวัติเซเว่นซีส์ www.seven-seas.com (UK)
 
เรื่องราวของเซเว่นซีส์ได้เริ่มต้นขึ้นด้วย...น้ำมันตับปลา
 
น้ำมันตับปลาได้ชื่อว่าเป็นยาตำรับพื้นบ้านที่มีประวัติมาอย่างยาวนานในหมู่นักประมงชาวนอร์เวย์และชาวสก็อตต์ โดยในศตวรรษที่ 18 มีหลักฐานงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์สนับสนุนว่าน้ำมันตับปลาสามารถช่วยบรรเทาอาการต่างๆ ที่เกิดจากการขาดสารอาหารได้อย่างดี ส่งผลให้น้ำมันตับปลากลายเป็นที่ยอมรับอย่างรวดเร็วในหมู่แพทย์ในยุคนั้นว่าสามารถใช้ในการต่อสู้กับโรคร้ายต่างๆ ได้ โดยเฉพาะโรคที่มักพบในผู้ป่วยที่มีฐานะยากจน

ในต้นศตวรรษที่ 20 น้ำมันตับปลาได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการต่อสู้กับโรคกระดูกเสื่อมหรือกระดูกอ่อนได้ หลังจากมีการค้นพบว่าน้ำมันตับปลาเป็นแหล่งอาหารที่อุดมไปด้วย วิตามินดี วิตามินเอและกรดไขมันไม่อิ่มตัวอีกหลายชนิด ที่เป็นตัวการสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก อย่างไรก็ตาม จากการที่แหล่งผลิตหลายๆ แห่งยังไม่มีมาตรฐานในการผลิตที่ดีพอ ส่งผลให้น้ำมันตับปลาที่ได้มีคุณภาพที่หลากหลายแตกต่างกันไป และรสชาติก็ไม่ค่อยดีนัก

แต่แค่เพียงคุณสมบัติในการบำรุงรักษาที่มี ก็ถือว่าเพียงพอแล้วสำหรับเจ้าของธุรกิจประมงในเมืองฮัลล์ ที่จะเริ่มทำการผลิตน้ำมันตับปลาเพื่อจำหน่าย โดยเฉพาะกรณีที่มันเป็นผลิตผลพลอยได้จากการทำการประมงอยู่แล้ว

ในปี 1935  ได้มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกของผลิตภัณฑ์น้ำมันตับปลาภายใต้แบรนด์เซเว่นซีส์ ซึ่งเจ้าของธุรกิจประมงได้ทุ่มทุนกับการเสาะหาเทคโนโลยีและกระบวนการผลิตที่ทันสมัย เพื่อพัฒนาคุณภาพและรสชาติของน้ำมันตับปลาให้ดี กระบวนการพัฒนาเกิดอย่างต่อเนื่องเรื่อยมา จนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่น่าภาคภูมิใจภายใต้ แบรนด์เซเว่นซีส์ จนกระทั่งทุกวันนี้

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ภายใต้ภาวะตึงเครียดของการขาดแคลนอาหารทั่วประเทศขณะนั้น เซเว่นซีส์ได้ทำการแจกจ่ายน้ำมันตับปลาชนิดน้ำให้แก่สตรีตั้งครรภ์และสตรีให้นมบุตร รวมถึงเด็กทั้งหมดที่มีอายุไม่เกินห้าปี ผ่านทางแผนสวัสดิการอาหารของกระทรวงอาหารโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด ซึ่งการสนับสนุนครั้งใหญ่ในรูปแบบที่ไม่ซ้ำใครนี้ยังไม่เคยมีผลิตภัณฑ์สุขภาพตัวใดทำมาก่อนเลย

เซเว่นซีส์จึงเรียกได้ว่าเป็นผู้ผลิตรายแรกและเป็นต้นแบบของการผลิต ทั้งน้ำมันตับปลาและน้ำส้มที่ใช้ในการผลิต ซึ่งยังคงมีการผลิตและพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งสิ้นสุดนโยบายการจำกัดปริมาณอาหารในปี 1950  ในช่วงเวลานั้น คนส่วนใหญ่คิดเพียงว่าประโยชน์ที่ได้จากน้ำมันตับปลามาจากส่วนประกอบที่เป็นวิตามินเท่านั้น

ภายหลังสิ้นสุดสงครามโลก ยอดขายของเซเว่นซีส์ได้ลดต่ำลงเนื่องจากคู่แข่งใหม่ๆ ที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ประกอบด้วยวิตามินรวมและเกลือแร่เกิดขึ้นในรูปแบบต่างๆ มากมาย แต่ทุกอย่างก็เกิดการพลิกผันขึ้นเมื่อมีการค้นพบ กรดไขมันกลุ่มโอเมก้า-3 โดยนักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาวิถีชีวิตของชาวเอสกิโม

งานวิจัยครั้งสำคัญนี้ เริ่มมาจากข้อสงสัยที่ว่า ชาวเอสกิโมในประเทศกรีนแลนด์ดูเหมือนจะมีภูมิต้านทานการเกิดโรคหัวใจอย่างเห็นได้ชัด ทั้งๆ ที่มีวิถีการบริโภคอาหารที่มีไขมันสูงมาก เช่น ไขปลาวาฬ ไขแมวน้ำ รวมถึง น้ำมันปลา  นักวิจัย Danish, Bang และ Dyerberg  จึงทำการสรุปได้ว่า กรดไขมันไม่อิ่มตัวโอเมก้า-3 ที่ชาวเอสกิโมรับประทานน่าจะมีคุณสมบัติบางอย่างในการเสริมสร้างสุขภาพอย่างแน่นอน การสรุปดังกล่าวได้ถูกยืนยันโดยงานวิจัยหลังจากนั้นที่ศึกษาถึงผลต่อหัวใจและภาวะเสื่อมอื่นๆ ในร่างกาย ความตระหนักว่าน้ำมันตับปลาเป็นแหล่งของสารอาหารที่อุดมไปด้วยโอเมก้า-3 ส่งผลต่อยอดขายทันที และก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่น้ำมันตับปลาได้กลับมาเป็นสารอาหารระดับแถวหน้าในวงการวิทยาศาสตร์

หลังจากมีหลักฐานการเผยแพร่ว่าโอเมก้า-3 ในน้ำมันปลามีคุณสมบัติช่วยปกป้องหัวใจได้ เซเว่นซีส์ได้ทำการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ที่มีความเข้มข้นมากกว่าเดิม โดยการใช้น้ำมันปลาและน้ำมันตับปลาเป็นส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ใหม่นี้มีโอเมก้า-3 ที่มากกว่าผลิตภัณฑ์เดิมที่เคยมีมา ในปี 1982 เซเว่นซีส์ยังคงตอบสนองต่อกระแสโดยการนำเสนอผลิตภัณฑ์น้ำมันปลาธรรมชาติตัวแรกที่จำหน่ายโดยใช้ใบสั่งยาจากแพทย์  และสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อโดยไม่มีใบสั่งยาจากแพทย์นั้น เซเว่นซีส์ก็ตอบสนองความต้องการโดยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์น้ำมันปลาบริสุทธิ์พร้อมประโยชน์ที่ “ช่วยเสริมสร้างสุขภาพที่ดีของหัวใจ” ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่หาซื้อได้ทั่วไปตามร้านขายยา

ในขณะนั้น น้ำมันตับปลาได้เป็นที่รู้จักกันมากขึ้นว่าเป็นสารอาหารที่ช่วยเสริมสร้างสุขภาพของข้อและกระดูก ถึงแม้จะมีการใช้น้ำมันตับปลากันอย่างแพร่หลายอยู่แล้วในการบรรเทาอาการปวดข้อ ข้อแข็งหรือฝืดขัด แต่ในที่สุด น้ำมันตับปลาก็ได้รับการพิสูจน์อย่างเป็นทางการผ่านผลงานวิจัยว่าช่วยบรรเทาอาการทางข้อและกระดูกได้อย่างมีนัยสำคัญ ภายใต้คุณสมบัติ “ช่วยบรรเทาอาการปวดข้อ และข้อแข็งหรือฝืดขัด” ผลักดันให้ความนิยมในการใช้น้ำมันตับปลาสูงขึ้น

ก้่วเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 เซเว่นซีส์ยังคงสนับสนุนและลงทุนในการศึกษาวิจัยอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน น้ำมันตับปลาของเซเว่นซีส์ได้ถูกพัฒนามาไกลจากน้ำมันตับปลาตัวดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็นความบริสุทธิ์ หรือรสชาติที่ไม่น่ารับประทานที่ต้องบังคับให้ทานจากช้อนยา ทุกวันนี้ น้ำมันตับปลาเซเว่นซีส์ได้กลายเป็นสารอาหารเสริมสุขภาพที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในประเทศอังกฤษ เซเว่นซีส์รูปแบบแคปซูล จำหน่ายหลากหลายความเข้มข้น และหลายบรรจุภัณฑ์ เช่น แบบหลอด แผง หรือแบบน้ำสีทองใสๆ

ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบน้ำมันตับปลาเดี่ยวหรือสูตรผสมรวมกับสารอาหารอื่นๆ ซึ่งเซเว่นซีส์จะยังคงยึดมั่นในการนำเสนอผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีคุณภาพเพื่อผู้บริโภคต่อไป
 
 
ใบอนุญาตโฆษณาเลขที่ ฆท. 837/2557